โครงการสินเชื่อเพิ่มศักยภาพ SME วงเงิน 1,000 ล้านบาท

คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้อยู่ในข่ายได้รับการสนับสนุนด้านสินเชื่อ


  1. เป็นเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ และมีขนาดของกิจการ ดังนี้
    • กิจการประเภท การผลิตสินค้า หรือการให้บริการ โดยมีจำนวนการจ้างงานไม่เกินสองร้อยคน หรือมีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน ไม่เกินสองร้อยล้านบาท
    • กิจการประเภท การค้าปลีก หรือการค้าส่ง โดยมีจำนวนการจ้างงานไม่เกินห้าสิบคน หรือมีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน ไม่เกินหนึ่งร้อยล้านบาท
  2. เป็นเอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เฉพาะที่เป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือนิติบุคคลประเภทอื่น ตามที่คณะกรรมการบริหาร กำหนด
  3. เป็นเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ผลิต ให้บริการ ค้าปลีกค้าส่ง หรือผู้ใช้ ในกลุ่มอุตสาหกรรม BCG (Bio Circular Green) ดังนี้
    • กลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมหรืออาหารแปรรูปที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ
    • กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานชีวมวล
    • กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ บริการทางการแพทย์ ยาแผนปัจจุบันและยาสมุนไพร
    • กลุ่มผู้ผลิต/ผู้ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติ
    • กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ที่ใช้ประกอบเป็นยานยนต์ไฟฟ้า
    • หรือธุรกิจอื่นซึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
    • ทั้งนี้ ธุรกิจที่ไม่เข้าข่ายที่จะให้การสนับสนุน ได้แก่ ธุรกิจจัดสรรที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อขาย ธุรกิจผิดกฎหมาย หรือธุรกิจที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของสังคม
  4. มีระบบบัญชีเดียว หรือ แจ้งความประสงค์ที่จะเข้าสู่ระบบบัญชีเดียว ทั้งนี้ ผ่อนปรนเงื่อนไขการจัดทำประมาณการรายได้ของกิจการ โดยใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ ข้อมูลเชิงคุณภาพ ข้อมูลเชิงประจักษ์ หรือ ข้อมูลที่เชื่อถือได้ โดยใช้แนวทางใดแนวทางหนึ่ง หรือ ใช้หลายแนวทางร่วมกัน เพื่อประกอบการพิจารณารายได้ของกิจการ
  5. ไม่เป็น NPL หรือ ถูกดำเนินคดี ณ วันยื่นขอเข้าโครงการ
  6. มีประวัติการชำระหนี้ปกติ และไม่มีหนี้ค้างชำระกับสถาบันการเงิน ณ วันยื่นขอเข้าโครงการ
  7. ต้องไม่อยู่ระหว่างการยื่นความประสงค์ หรือได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากทุนหมุนเวียนที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว ดังนี้
    • กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
    • เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย
    • กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ
  8. หรือเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด

วัตถุประสงค์การกู้


  1. เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุง หรือลงทุนในกิจการ เงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่องในการดำเนินกิจการ หรือฟื้นฟูกิจการในปัจจุบัน หรือ เริ่มต้นกิจการใหม่
  2. หรือเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด

ทั้งนี้ ห้ามให้สินเชื่อแก่เอสเอ็มอีเพื่อนำเงินกองทุนไปชำระหนี้เดิมของสถาบันการเงินอื่น (Refinance) หรือ ทดแทนหนี้เดิมในสถาบันการเงินเดิม เว้นแต่เป็นกรณีการลงทุนเฉพาะที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีการเปิด L/C (Letter of Credit) เพื่อนำเข้าสินค้า และมีระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน ให้สามารถนำเงินกองทุนไปชำระหนี้ที่เกิดจากการเปิด L/C และ/หรือ T/R (Trust Receipt) ให้กับสถาบันการเงินอื่นได้

กรอบวงเงินโครงการ


  • 1,000 ล้านบาท (หนึ่งพันล้านบาท)

การรับสมัครและคัดเลือกเอสเอ็มอีเข้าโครงการ


  1. การรับสมัคร เอสเอ็มอียื่นความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ณ สำนักงาน หรือหน่วยปฏิบัติในเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการจัดตั้งอยู่ โดยผ่านช่องทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงาน www.thaismefund.com ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 เว้นแต่วงเงินสินเชื่อจะหมดก่อน โดยให้สำนักงาน หรือหน่วยปฏิบัติ เป็นผู้พิจารณาตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติเอสเอ็มอีเป็นการเบื้องต้น ตามที่สำนักงานกำหนด
  2. การกลั่นกรอง คัดเลือกเอสเอ็มอีเข้าโครงการ เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะอนุกรรมการบริหาร โดยพิจารณาและคัดเลือกเอสเอ็มอีที่มีคุณสมบัติเข้าข่าย ของโครงการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และส่งให้หน่วยร่วมดำเนินการ เพื่อเข้าสู่กระบวน การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการและอนุมัติสินเชื่อ

วงเงินสินเชื่อต่อราย


  • สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท (สิบห้าล้านบาท)

ประเภทสินเชื่อและระยะเวลาการให้กู้ยืม


  1. เงินกู้สินเชื่อระยะยาว (Term Loan) ระยะเวลากู้ สูงสุดไม่เกิน 10 ปี
  2. ปลอดชำระคืนเงินต้น สูงสุดไม่เกิน 18 เดือน
  3. ให้พิจารณาตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้


  • อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ตลอดอายุสัญญา หากมีการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารประกาศกำหนด
  • กรณีผิดนัดชำระหนี้ ให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติของหน่วยร่วมดำเนินการ แต่ทั้งนี้สูงสุดไม่เกินอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด

ค่าธรรมเนียมการกู้


  • ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ค่าอากรแสตมป์ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด

หลักประกัน


พิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการเป็นสำคัญ โดยมีการผ่อนปรนหลักประกัน ดังนี้

  1. กรณีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 5 ล้านบาท
    • ให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และ/หรือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ และ/หรือ ผู้ได้รับประโยชน์จากสินเชื่อ ค้ำประกันเต็มวงเงินที่ได้รับอนุมัติ
    • กรณีนำเงินของกองทุนไปลงทุนในเครื่องจักร หรือ ยานพาหนะ ให้จดทะเบียนเป็นหลักประกันทางธุรกิจเต็มวงเงินที่ได้รับอนุมัติรวม
    • กรณีนำเงินไปลงทุนในอาคาร สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร ยานพาหนะ ให้มีการจัดทำประกันภัยแก่หลักประกันตามแนวทางของหน่วยร่วมดำเนินการ
  2. กรณีวงเงินสินเชื่อเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 15 ล้านบาท
    • ให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และ/หรือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ และ/หรือ ผู้ได้รับประโยชน์จากสินเชื่อ ค้ำประกันเต็มวงเงินที่ได้รับอนุมัติ
    • ให้มีหลักประกันตามหลักเกณฑ์ของหน่วยร่วมดำเนินการ ประเภทที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร หรือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด ทั้ง Core หรือ Non-Core Asset โดยมีการประเมินราคาหลักประกัน รับราคาหลักประกัน และคำนวณ สัดส่วนมูลค่าคิดเป็นหลักประกันตามแนวทางปฏิบัติของหน่วยร่วมดำเนินการกรณีใช้หลักประกันตามหลักเกณฑ์หน่วยร่วมดำเนินการ ให้ยกเว้นการทบทวนราคาประเมินหลักประกันเพื่อใช้กันสำรองหนี้จัดชั้นทุก 3 ปี เนื่องด้วยกองทุนไม่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย
    • กรณีนำเงินของกองทุนไปลงทุนในเครื่องจักร หรือ ยานพาหนะ ให้จดทะเบียนเป็นหลักประกันทางธุรกิจเต็มวงเงินที่ได้รับอนุมัติ
    • กรณีนำเงินไปลงทุนในอาคาร สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร ยานพาหนะ ให้มีการจัดทำประกันภัยแก่หลักประกันตามแนวทางของหน่วยร่วมดำเนินการ

อื่น ๆ


หรือเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด

การยื่นสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์


ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่เว็บไซต์ www.thaismefund.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ โทร. 02-354-3310 หรือ E-mail : smefund.service@gmail.com

ติดต่อสอบถาม